21/2/52 ตกลงจะเอายังไงแน่กับตัวเอง
posted on 22 Feb 2009 10:30 by dugong796521/2/52 ตกลงจะเอายังไงแน่กับตัวเอง
1. เรื่องงาน ก็ยังไปได้เรื่อยๆ
2. แต่ใจก็หวั่นไหวได้เรื่อยๆ เหมือนกัน
..เนื่องจาก..เมื่อวานเพิ่งไปรับ OT มาเป็นคนที่สองของวิทยาเขต (ธรรมดารับช้า)
แล้วเจอเค้า..มารับหลังจากนั้นไม่นาน.. (เค้ามารับกับคนในแผนกเค้าอีกคน)
เลยทักทายเค้าไปนิดหน่อย เพื่อนเค้าทักทายตอบ..แต่เค้าไม่..
..คงจะเครียดกับงาน.. (กว่าจะคิดได้ก็แอบน้อยใจเค้าตลอดทางที่เดินกลับมา)
รับเงินแล้วเราก็ออกไปจากห้องการเงิน แล้วเหลียวหลังไปมองเค้า ก็เห็นเค้า
กำลังรับเงินอยู่ หลังจากนั้นเราก็เดินจากมา แล้วเดินเข้าไปที่แผนกเค้า
..ไปทักทายคนอื่น..แล้วก็เดินกลับห้องทำงานตัวเอง..
..สักพักใหญ่ๆ.. น้องที่ทำงานก็เอาของมาให้เรา..เป็นซีดีรายงานที่ไปสัมมนา
ที่ จ.เชียงราย พร้อมโน้ตของหัวหน้าแผนกเค้า.. (เรื่องของเรื่องก็คือว่าเค้า
และหัวหน้าแผนกเค้าอยู่กลุ่มเดียวกันกับเราน่ะ โดยที่เค้าทำตำแหน่งเลขา
หัวหน้าเค้าเป็นประธานและเราเป็นรองประธานกลุ่ม)

..รู้สึกว่า memo ที่หัวหน้าแผนกคนนี้เขียนนั้นเค้ามีจิตวิทยา
ในการสั่งงานมากเลย..
..ผิดกับหัวหน้าเราที่เอาแต่สั่งๆๆ..แถมยังสั่งงานไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก..
..ไม่นึกว่าจะได้รับความไว้วางใจให้เรารักษาข้อมูลสำคัญนี้..เลยขอหัวหน้าเค้า
ทำสำเนาข้อมูลซะเลย..กลัวหาย..
..ยังงงๆ เหมือนกันว่าจะเอาซีดีนี้มาฝากเราไว้ทำไม..
..คงไม่ใช่เหตุผลที่เราเป็นรองประธานกลุ่มหรอกนะ..
..ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ทำงานกลุ่มร่วมกันอีกหรือเปล่า..
..หากมีการจับกลุ่มกันเอง..เราคงมิอาจเอื้อมไปจับกลุ่มกับเค้าอีก..
..หรือไม่..ก็คงขอทำรายงานคนเดียวเสียให้รู้แล้วรู้รอด..
3. จะถ่ายรูปนี้ตั้งแต่เมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อนแล้ว แต่บังเอิญว่าต้องเอานี่ไปจ่าย
กระเป๋ารถเมล์ก็เลยอดน่ะ

..เหรียญสองบาทตัวปัญหานี่เอง..
4. วันก่อนได้คูปองดูหนังแบบซื้อ 1 แถม 1 มาฟรี 1 ใบ เลยให้น้องที่ทำงาน
เค้าไป เค้าไหว้เราใหญ่เลย
..แบบว่าไม่ชอบดูหนังน่ะ..
5. วันนี้ไปนวด และซื้อขนมนิดหน่อย แล้วไปกิน Swensen's สั่งไอติมกิน
คล้ายร้อน
..แต่ไม่แน่ใจว่ากินแล้วจะร้อนกว่าเดิมหรือเปล่า..เพราะเจอหนุ่มหล่อที่กำลัง
ทำไอศครีมให้ลูกค้ากินอยู่..หุ่นล่ำๆ ขาวๆ และร้อนแรง..เลยแอบมองเค้าทำ
ไอศครีมให้ลูกค้าโดยตรงบ้าง และแอบมองเค้าผ่านกระจกบ้าง..
..และก็น่าตกใจที่สาขานี้มีพนักงานน้อยลง..พนักงานเสิร์ฟเหลือแค่ไม่กี่คนแล้ว..
(เมื่อก่อนเห็นเดินกันเป็นยุงเลย) ..เลยกลายเป็นว่าพอเราจะขอน้ำเพิ่ม สุดหล่อ
ที่ตักไอติมคนนั้นบอกบริกรว่าทำเอง..
..ฟังแล้วตกใจและนึกไปว่าสงสัยอยากให้ลูกค้าหยิบเองมั้ง
แต่ก็ยังทำเฉยๆ อยู่ เพราะรู้ว่าร้านนี้เค้าไม่ปล่อยให้ลูกค้าทำเองแน่นอน..
..ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที (แต่หิวน้ำจะแย่) เค้าก็เดินออกจากเค้าท์เตอร์ที่ตักไอติม
เดินไปหยิบกระติกน้ำและรินน้ำให้กิน..
..เลยทำได้แต่ยิ้มแล้วบอกว่าขอบคุณ..
พอเราจะลุกออกจากที่นั่งจะกลับบ้าน ผู้ชายคนนั้นเห็นเรา (เพราะเรานั่งตรงข้าม
เค้าพอดี) เค้าก็บอกคล้ายๆ ว่าขอบคุณที่อุดหนุนอะไรเนี่ยแหละ เลยได้แต่ยิ้ม
ตอบกลับไป จ่ายเงิน และให้ติ๊บนิดหน่อย
..แต่ระหว่างที่กินก็เห็นภาพตัวเองส่งนามบัตรให้เค้าซะอย่างนั้นแหละ..
(ช่วงนี้เตรียมนามบัตรไว้เยอะหน่อย เผื่อว่าจะต้องแจกจ่ายตอนสัมมนา)
"..ตกลงจะเอายังไงแน่กับตัวเอง.." เราคิด
6. ช่วงนี้กัลยาณมิตรตอบเมลมาหาเราบ่อย ดีใจที่ได้สื่อสารกันบ่อยขึ้น
กว่าเมื่อก่อนมาก แม้เค้าจะงานยุ่งอยู่ก็ตาม
7. เมื่อวานอยู่เวรคุยกับคนๆ นึงทาง msn พูดถึงเค้า (ที่ทำงาน) ว่าเค้าเคยบอกว่า
"ถ้าเราเป็นผู้ชายเค้าจะหนีสามีมาอยู่กับเรา เพราะเราปากหวาน"
คนๆ นึงที่คุยด้วยคนนั้นเค้าบอกเราว่า "เค้าอาจจะคิดอย่างนั้นกับเราจริงๆ
ก็ได้แต่ด้วยกำแพงเรื่องเพศทำให้เค้าต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้"
และ "เรื่องความรู้สึกเป็นเรื่องที่พูดยาก"
..เราว่าเค้าคงไม่กล้าพูดถึงมันกับเราอีกในเรื่องของความรู้สึก
เพราะจำได้ว่าช่วงปลายเดือน ธ.ค.ปีที่แล้วจนถึง ม.ค. ปีนี้
เหทมือนเรากับเค้าถูกใครบางคนจับตามองอยู่..
..จับตามองทั้งเรามั้งเค้าเลย..
..แต่..เราจะไม่พูดถึงเค้ากับคนๆ นี้..แต่คนๆ นี้กลับพูดจาแซว
หรืออะไรสักอย่างกับเค้า จนมีอยู่วันนึงเค้าบอกว่า "พี่..เรื่องนี้หนูขอ.."
..เพราะคนๆ นี้กับเค้าสนิทกัน..
(ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะเราเคยบอกเค้าหรือเปล่าว่า "ที่เราเคยบอกพี่ไว้
ตอนนั้นพี่รู้สึกอย่างเดียวกันกับเรา" นั้นรู้ถึงหูคนอื่นด้วย เพราะตอนนั้น
เราบอกเค้าทาง msn และยังบอกเค้าเลยว่า "เป็นไปไม่ได้ เพราะเราต้องอยู่
โลกแห่งความเป็นจริง" - แต่ตอนนี้สิ..กลับย้ายตัวเองไปอยู่โลกฝันซะงั้น -)
..และเหมือนเค้าเองก็พยายามดูเราเหมือนกัน..และทำเท่าที่ทำได้..
เพราะตอนนี้เราไม่ค่อยไปที่แผนกเค้าแล้ว หรือถ้าไป..เราจะไปเฉพาะเรื่องงาน
หรือไม่เราจะไปหาคนอื่นมากกว่าไปหาเค้า..โดยการ 1. เจอกันแล้วคุยกัน
2. เจอกันแต่ไม่คุยกัน (ฟังจากที่เราคุยกับคนอื่น) 3. ฟังจากคนอื่น
เพราะรู้สึกว่าเค้าเอง..มีความรู้ทางด้านจิตวิทยาอยู่บ้างเหมือนกัน..
..แม้จะเพิ่งเรียนจบทางด้านบริหารบุคคลก็ตาม..
:: Improvised Heart ::
21 ก.พ. 2552 เวลา 18:10 น.
edit @ 22 Feb 2009 10:42:18 by :: Improvised Heart ::